การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมเหล้าสาเกฮาริมะ

Size change font

ทานากะชูโซโจ

ทานากะชูโซโจ

ส่งต่อการทำเหล้าสาเกตามแบบแผนสู่คนรุ่นหลังด้วยรูปแบบที่มีอนาคต ผู้ท้าทายที่มีเป้าหมายคือการทำเหล้าสาเกแบบใหม่ร่วมกับชาวนาในท้องถิ่น

ในการทำเหล้าสาเกที่นี่ยึดหลักการ "ทบทวนสิ่งเก่าสร้างสรรค์สิ่งใหม่" ใช่มั้ยครับ

田中酒造場
คุณทานากะ ยาสึฮิโระประธานกรรมการรุ่นที่ 6
ซึ่งทำการท้าทายตนเองโดยมองไปถึงวันข้าง
หน้าของวงการอยู่เสมอ

บริษัทของเราก่อตั้งเมื่อปีเท็นโบที่ 6 (คศ.1835) และได้ทำการผลิตเหล้าสาเกชื่อดัง “เมโตมาซามุเนะ” มาตลอดในฐานะโรงกลั่นของฮิเมจิ
อีกด้านหนึ่งเรายังมีความเกี่ยวข้องอย่างมากกับการเมืองในฮิเมจิ เจ้าของรุ่นที่ 3 เคยได้รับการแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีกระทรวงคมนาคมในช่วงที่สงครามเพิ่งยุติ
ผมเป็นเจ้าของรุ่นที่ 6 ปัจจุบันเราทำการผลิตเหล้าสาเกเป็นธุรกิจหลักเพียงอย่างเดียว
ผมกลับมาอยู่บ้านเกิดตอนอายุ 30 ปี หลังจากเข้ามาทำกิจการของครอบครัว ผมก็ได้เดินทางไปตามโรงกลั่นดังๆทั่วประเทศ เพื่อศึกษาค้นคว้าเรื่องการทำเหล้าสาเก จนถึงตอนนี้น่าจะไปมา 50-60 แห่งแล้วล่ะครับ
ผมเป็นคนมีนิสัยอยากรู้อยากเห็นอยู่แล้ว ปกติก็ชอบหาข้อมูลต่างๆนำมาดัดแปลงตามแบบของตัวเองเพื่อเพิ่มไว้ในคลังข้อมูล ซึ่งผมคิดว่าสิ่งนี้เองที่ได้กลายมาเป็นกุญแจสำคัญในการทำเหล้าสาเกแบบใหม่
การไม่หยุดอยู่แค่ "การทบทวน" ในแนวคิดที่ว่า "ทบทวนสิ่งเก่าสร้างสรรค์สิ่งใหม่" แต่มุ่งมั่นที่จะ "สร้างสรรค์" สิ่งใหม่เองด้วยเป็นความสุขของผม
ผมทำการผลิตเหล้าสาเกเพื่อวงการเหล้าสาเกในอีก 5 ปี 10 ปีข้างหน้า ด้วยแนวคิดที่ว่า "ทบทวนสิ่งเก่าสร้างสรรค์สิ่งใหม่"เพื่อให้ได้เหล้าสาเกที่ซาบซึ้งถึงจิตวิญญาณของคนญี่ปุ่นและมีรสชาติที่เหมาะกับยุคปัจจุบัน

"การคั้นด้วยคานถ่วงหิน" ตามแบบแผนดั้งเดิมมีชื่อเสียงจนกลายเป็นเหมือนสัญลักษณ์ของช่วงเวลาปลายปีในท้องถิ่นนี้ไปแล้วใช่มั้ยครับ

田中酒造場
นำข้อดีของวิธีตามแบบแผนและเครื่องจักรมาผสมผสานกัน เพื่อ
แสวงหาวิธีต้นแบบของตัวเอง

สื่อมวลชนก็ให้ความสนใจเรื่องนี้ในฐานะการทำเหล้าสาเกใหม่ครั้งแรกของปี
ว่ากันว่า "การคั้นด้วยคานถ่วงหิน" เป็นวิธีเก่าแก่ที่สุดในการคั้นข้าวหมัก แต่ทางโรงกลั่นของเราก็ไม่ได้ใช้วิธีการนี้ตลอดหรอกนะครับ
ตอนจะเข้าสู่ศตวรรษที่ 21 ผมมีความคิดอยากถ่ายทอดการทำเหล้าสาเกแบบดั้งเดิมและวัฒนธรรมญี่ปุ่นให้คนรุ่นหลัง จึงทำการหาไอเดียจนไปเจอเครื่องมือที่เหลืออยู่ในโรงกลั่นเข้า พอเห็นปุ๊บผมก็คิดทันทีว่า "นี่ล่ะ!!" จึงเริ่มนำกลับมาใช้อีกครั้งในปี 2000
ปัจจุบันไม่ค่อยมีโรงกลั่นใช้วิธีการคั้นแบบนี้แล้ว แต่ผลของมันคือทำให้ได้เหล้าสาเกที่มีรสกลมกล่อมอย่างที่เครื่องจักรทำไม่ได้เลยครับ
นี่คือวิธีการหนึ่งที่ทำให้ซาบซึ้งว่าแม้คนสมัยก่อนจะไม่ได้ใช้เครื่องจักร แต่ก็รู้จักการใช้เทคนิคที่ประณีตในการทำเหล้าสาเกให้อร่อยจริงๆได้
เหล้าสาเกเป็นเหล้าชนิดพิเศษที่ต้องผ่านกระบวนการที่ซับซ้อน
จุดที่ต้องพิถีพิถันมีมากมาย ซึ่งทำให้ได้กลิ่นและรสที่ไม่เหมือนกันเลย นับว่าคุ้มค่าต่อการท้าทายตัวเองครับ

"เหล้าสาเกไดกินโจ ชิราซากิโนะชิโระ" ได้รับรางวัลเหรียญทองการประกวดเหล้าสาเกใหม่ระดับประเทศบ่อยมากเลยนะครับ

田中酒造場
สินค้าทุกแบบมีความพิถีพิถันที่ไม่ธรรมดา ทั้งยังมีสินค้ามากมายที่
ได้รับรางวัลบ่อยครั้ง

เราได้รับรางวัลครั้งแรกในปีโชวะที่ 63 (ค.ศ. 1988) และได้รับรางวัลต่อเนื่องมาอีก 7 ปี
รวมแล้วเราได้รางวัลมาทั้งหมด 17 ครั้งครับ
ผมคิดว่าเหล้าสาเกตัวนี้มีรสชาติที่งดงามละเมียดละไมดื่มแล้วสดชื่นครับ
นอกจากนี้เรายังมีเหล้าสาเกที่คนให้ความสนใจอีกชนิดหนึ่งชื่อ "คาเมะโนะโอะ" ซึ่งทำจากคาเมะโนะโอะข้าวสำหรับทำเหล้าสาเกที่หายาก เราทำเหล้าโดยให้ความสำคัญกับเทคนิคในการขัดสีข้าวอย่างมาก ปัจจุบันอัตราการขัดสีของเราอยู่ที่ 8%
เมื่อเอาข้าวที่ขัดสีในระดับนี้มาทำเป็นเหล้าสาเกกินโจตามปกติ ส่วนใหญ่รสขมและฝาดจะเข้มขึ้น ซึ่งผมคิดว่าเป็นรสชาติที่คนอื่นทำไม่ได้ง่ายๆ
เหล้าสาเกที่พิถีพิถันขนาดนี้ไม่สามารถทำได้ด้วยโรงกลั่นตามลำพัง
แต่เป็นเหล้าสาเกที่ทุกคนต้องทำร่วมกันทั้งชาวนาที่ปลูกข้าว โรงสีผู้พัฒนาเทคนิคในการสีข้าว ผลกำไรไม่ใช่ประเด็น แต่เราทำเพื่อการประชาสัมพันธ์เพราะ "อยากให้คนสนใจเหล้าสาเกมาขึ้น" ครับ

ได้ยินว่าระยะหลังร่วมมือกับชาวนาในการปลูกข้าวด้วยใช่มั้ยครับ

田中酒造場
เหล้าสาเกที่ทำจากความรู้สึกร่วมกันของทั้งช่างทำเหล้าสาเก
ชาวนาและโรงสีหลับใหลอยู่ที่นี่

ผมคิดว่าโรงกลั่นเหล้าสาเกไม่ได้มีหน้าที่แค่ผลิตและขายเหล้าสาเกนะครับ
ผมคิดว่า "อยากทำเหล้าสาเกที่มีเรื่องราว" เมื่อแสวงหาความหมายของ "เหล้าสาเกท้องถิ่น" ก็พบว่ามันคือเหล้าสาเกที่ปลอดภัยและวางใจได้ที่ทำจากข้าวในท้องถิ่น ข้าวที่ปลูกในฮาริมะ
ตอนนี้เราทำสัญญากับชาวนาเพื่อเริ่มแสวงหาอุดมคติตั้งแต่ขั้นตอนการเตรียมดินในนา
เรากำลังพยายามปลูกข้าวที่ปลูกยากกว่ายามาดะนิชิกิอยู่ ข้อเรียกร้องของผมจึงอาจจะยาก
แต่เราก็ได้รับคำแนะนำจากคนปลูกข้าวมืออาชีพในท้องถิ่นอื่น และมีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับชาวนาอย่างจริงจัง
ในอนาคตผมอยากให้เหล้าสาเกญี่ปุ่นมีมาตรฐานที่กำหนดให้ระบุข้อความไว้เลยว่า "ทำจากข้าวที่ปลูกในนาคุณ..."
ผมอยากให้การทำเหล้าสาเกเป็นสิ่งที่มองย้อนไปเห็นถึงชาวนาได้ด้วยไม่ใช่แค่โรงกลั่นหรือช่างทำ
ถ้าทำแบบนี้ได้ชาวนาก็จะยิ่งมีกำลังใจและน่าจะช่วยให้วงการเหล้าสาเกท้องถิ่นในภาพรวมคึกคักขึ้นได้ โรงกลั่นเหล้าสาเกทั่วประเทศโดยเฉลี่ยมีประวัติศาสตร์นานกว่า 200 ปี
ผมอยากพยายามต่อไปเพื่อถ่ายทอดสิ่งนี้ให้คนรุ่นหลังได้ในรูปแบบที่มีอนาคตครับ

ผลิตภัณฑ์แนะนำ

  • หล้าสาเกไดกินโจ ชิราซากิโนะชิโระ

    白鷺の城 Daiginjo

    เหล้าสาเกที่มีประวัติอันโดดเด่นคือเคยได้รับรางวัลในการประกวดเหล้าสาเกใหม่ระดับประเทศมาแล้วถึง 7 ปีติดต่อกัน

  • เหล้าสาเกไดกินโจจากข้าว 100% คาเมโนะโอะ

    純米Daiginjo 亀の甲

    เหล้าสาเกไดกินโจจากข้าวหายาก "คาเมะโนะโอะ" นำมาขัดสีเพียง 8.5% น่าลองดื่มซักครั้ง

  • เหล้าสาเกจากข้าว 100% เมโตมาซามูเนะ

    名刀正宗 純米酒

    เหล้าชื่อดังเปี่ยมประวัติศาสตร์ซึ่งเคยเป็นสินค้าหลักของโรงกลั่น ดื่มได้คล่องคอแม้จะมีแอลกอฮอล์สูง

ข้อมูลโดยสังเขปของทานากะชูโซโจ

田中酒造場
ที่อยู่ 3-583 ฮงมาจิ ตำบลฮิโรฮาตะ อำเภอฮิเมจิ จังหวัดเฮียวโกะ
Tel (079)-236-0006
Fax (079)-236-9334
เวลาทำการ 08.30~17.30 น
วันหยุด วันเสาร์ที่ 2 และ 3, วันอาทิตย์, วันหยุดนักขัตฤกษ์
ที่จอดรถ 5 คัน
การเยี่ยมชมโรงกลั่น ต้องจองล่วงหน้า
การซื้อเหล้าสาเก กรุณาสอบถามเกี่ยวกับการจำหน่ายตรงของโรงกลั่น, สั่งซื้อทางโทรศัพท์, สั่งซื้อทางแฟกซ์
การทดลองดื่ม ไม่มี

การเข้าถึงแผนที่


ผมดูแผนที่ขนาดใหญ่